[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
.:: บริการประทับใจใฝ่สามัคคี เทคโนโลยีมาตรฐาน สานสายใยสู่ชุมชน ::.
Calendar
ประวัติความเป็นมา
ผลงานเด่นของโรงพยาบาล
หมายเลขติดต่อภานใน-นอก
รายงานข้อมูลบุคลากร สอ.
ค่านิยมของ รพ. (Core Value )
ตารางการให้บริการ รพ.ชุมพวง
แบบฟอร์มการรับสมัครงาน


 
 


  

รพ.ชุมพวง
มือชา ปัญหาที่พบได้ในคนทำงานออฟฟิศ

อังคาร ที่ 3 เดือน มีนาคม พ.ศ.2558


นพ.กวี ภัทราดูลย์ ศัลยแพทย์ทางมือและจุลศัลยกรรม โรงพยาบาลเวชธานี ให้ข้อมูลว่า "คนที่ต้องนั่งทำงานอยู่ท่าเดิมนาน ๆ ก็อาจมีโอกาสเกิดอาการมือเท้าชาได้มากกว่าปกติบ้าง จากการที่เส้นประสาทโดนกดทับ ที่พบบ่อยคือ บริเวณข้อมือ จากการที่ข้อมืออยู่ในท่าแอ่น หรืองอนาน ๆ เช่น การใช้เมาส์ หรือพิมพ์งาน เป็นต้น" อาการมือเท้าชาในคนทำงาน เกิดจากการที่เส้นประสาทที่พาดผ่านบริเวณข้อมือถูกกดทับ ซึ่งเส้นประสาทนี้จะผ่านจากแขนไปยังข้อมือ เพื่อไปรับความรู้สึกที่บริเวณมือ โดยทอดผ่านบริเวณข้อมือและลอดผ่านเอ็นที่ยึดบริเวณข้อมือ อาจมีสาเหตุบางประการที่ทำให้เส้นประสาทนี้ถูกกดทับได้ จึงทำให้มือชา ร่วมกับมีอาการปวดชา ร้าวไปยังท่อนแขนหรือต้นแขนได้ และบางคนพบว่ามือข้างที่เป็นอ่อนแรงหยิบจับสิ่งของไม่ถนัด ถ้าทิ้งไว้จะพบว่า กล้ามเนื้อบริเวณโคนนิ้วหัวแม่มืออาจจะแฟบลง เมื่อเทียบกับมืออีกข้างหนึ่ง พบในเพศหญิงมากกว่าชาย ในช่วงระหว่างวัย 30-60 ปี ปัจจัยที่อาจก่อให้เกิดอาการมือเท้าชาได้ การกระแทกที่บริเวณข้อมืออยู่เป็นประจำ เช่น ใช้เครื่องตัดหญ้า เครื่องเจาะสกรู กำไม้เทนนิส ไม้กอล์ฟ กระดูกข้อมือหัก หรือการหลุดเคลื่อนของข้อ โรคไขข้ออักเสบ เช่น รูมาตอยด์ เก๊าต์ คนที่เป็นเบาหวาน กลุ่มไทรอยด์บกพร่อง ภาวะบวมน้ำจากโรคไต และตับ ภาวะตั้งครรภ์ คนที่มีการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนจากการหมดประจำเดือน ความอ้วนเป็นสาเหตุให้เกิดอาการมือชาหรือไม่ เดิมเชื่อว่าความอ้วนน่าจะเป็นเหตุปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคด้วย แต่ปัจจุบันยังไม่พบหลักฐานยืนยันชัดเจน จึงเชื่อว่า ไม่น่าจะมีความสัมพันธ์กัน อาการมือเท้าช้าที่อาจสังเกตได้ถึงความผิดปกติอย่างชัดเจน ซึ่งควรมาพบแพทย์ คือ อาการเริ่มแรกผู้ป่วยจะมีอาการชานิ้วมือ ซึ่งมักจะเป็นที่นิ้วกลางและนิ้วนาง รวมทั้งนิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือชาได้ เริ่มแรกอาการมักจะชาตอนกลางคืน สะบัดข้อมืออาการจะดีขึ้น หรือชาตอนทำงาน ต่อมาอาการชาจะเป็นมากขึ้นและบ่อยขึ้น จนกระทั่งชาเกือบตลอดเวลา มักจะมีอาการปวดตื้อ ๆ ร่วมด้วยที่มือและแขน ร่วมกับอาการชา นอกจากนี้ ผู้ป่วยจะไม่ค่อยมีแรง มีของหลุดจากมือโดยไม่ได้ตั้งใจ ถ้าเป็นนาน ๆ โดยไม่ได้รับการรักษาจะมีอาการอุ้งมือด้านข้างลีบได้ รักษาอย่างไร การรักษาอาการมือชาที่มาจากการกดทับเส้นประสาท มีทั้งวิธีไม่ผ่าตัด และวิธีผ่าตัด โดยการรักษาวิธีเบื้องต้นโดยการไม่ผ่าตัด ลดความดันในโพรงข้อมือ ได้แก่ การดามข้อมือ พบว่า ถ้าให้ข้อมืออยู่นิ่ง ๆ ตรง ๆ จะมีความดันในโพรงข้อมือต่ำสุด ซึ่งจะทำให้เลือดไหลไปเลี้ยงเส้นประสาทดีขึ้น ถ้าเป็นระยะแรก (พังผืดยังไม่หนามากนัก จะได้ผลค่อนข้างดี) ปรับการใช้ข้อมือในการทำงานและชีวิตประจำวันให้ถูกต้องพบว่า การทำงานที่ต้องใช้ข้อมือกระดกขึ้น หรืองอข้อมือซ้ำ ๆ กันนาน ๆ รวมทั้งงานที่มีการสั่นกระแทก จะทำให้ความดันในโพรงข้อมือสูงขึ้นได้ การปรับอุปกรณ์การทำงานให้ถูกตามหลักอาชีวศาสตร์ จึงเป็นสิ่งที่จำเป็น การให้ยาต้านโรครูมาตอยด์จะช่วยลดความดันในบริเวณข้อมือได้ ในรายที่เป็นโรคนี้แบบทุติยภูมิ เช่น จากภาวะรูมาตอยด์ และมีเยื่อหุ้มเอ็นหนาตัวขึ้น ถ้าอาการเป็นมากขึ้น แพทย์จะแนะนำให้ฉีดยาสเตียรอยด์ เข้าไปในบริเวณที่เส้นประสาททอดผ่าน ซึ่งยานี้จะแพร่กระจายไปยังบริเวณเยื่อบุผิวข้อ และเส้นเอ็นที่มีการอักเสบ และบวม ทำให้อาการบวมยุบลง การกดเส้นประสาทจะน้อยลง ปริมาณของยาที่ใช้ฉีดไม่มากนักและไม่มีอันตรายที่รุนแรง การรักษาด้วยวิธีการเหล่านี้จะได้ผลดี ในกรณีที่เส้นประสาทไม่ถูกกดทับมากนัก ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้น จำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัด โดยตัดเอาส่วนของพังผืด เส้นเอ็นในส่วนที่กดทับเส้นประสาทออก หลังผ่าตัดอาการก็จะดีขึ้น อาการปวดลดลง อาการชาลดลง แต่อาจไม่ถึงกับหายสนิทยังจะต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง ยารับประทานที่มักนิยมใช้คือ ยาต้านการอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์และยาบำรุงเส้นประสาท อาการมือชา ถ้าไม่รับการรักษาและปล่อยทิ้งไว้นาน ๆ จนส่งผลให้เกิดอาการรุนแรงได้นั้น คือ การที่กล้ามเนื้อบริเวณอุ้งนิ้วหัวแม่มือลีบไป และทำให้กำลังมือลดลง คำแนะนำถึงวิธีบรรเทาอาการ หรือวิธีปฏิบัติตัวให้ห่างไกลจากอาการมือชา หลีกเลี่ยงการใช้งานมือในลักษณะเกร็งนาน ๆ ควบคุมหรือรักษาโรคประจำตัว โดยเฉพาะเบาหวานให้ดี การใช้ยาลดอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ชนิดรับประทานมักจะได้ผลดี โดยอยู่ในดุลพินิจของแพทย์ บางรายอาจต้องใช้อุปกรณ์ช่วยดามข้อมือชั่วคราว อย่างไรก็ตาม อาการมือเท้าชาอาจมีสาเหตุมาจากระบบประสาท จึงควรเข้ารับการตรวจ และพบแพทย์ที่ศูนย์เฉพาะทางสมองและระบบประสาทด้วย เพื่อหาแนวทางรักษาที่เหมาะสม แหล่งที่มา : กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ภาพประกอบ : http://health.kapook.com/view14150.html

เข้าชม : 869


รพ.ชุมพวง 5 อันดับล่าสุด

      มะนาว ลดน้ำหนักได้เพื่อสุขภาพ 3 / มี.ค. / 2558
      มือชา ปัญหาที่พบได้ในคนทำงานออฟฟิศ 3 / มี.ค. / 2558
      เปลือกไข่มีค่า 3 / มี.ค. / 2558
      วิธีทำความสะอาดรองเท้า 3 / มี.ค. / 2558
      เรื่องของ "กากใย" ใครว่าไม่สำคัญ!! 3 / มี.ค. / 2558



 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 






 

 

 

 

 

 








Home       News        E-office